หากย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน คำว่า "HIP-HOP" ห่างไกลจากความเข้าใจกับของคนไทยเป็นอย่างมาก

แต่มันก็มีแรงพอทำให้ “โต้ง” เด็กจากจังหวัดภูเก็ตคนหนึ่งหันมาสนและเริ่มคลั่งไคล้วัฒนธรรมฮิปฮอป
โดยเริ่มจากการเล่นสเก็ตบอร์ดและประจวบเหมาะกับช่วงเวลานั้น
"ไทเทเนียม" เริ่มส่งเพลงกลับมาอาละวาดในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

นั่นคือประตูบานแรกที่ทำให้ “โต้ง” ได้เปิดโลกว่ามันมีศิลปะแขนงนี้อยู่บนโลก

ท่ามกลางกระแสเพลงป๊อป รวมถึงดนตรี Nu Metal ที่แทรกซึมเข้ามาในไทย
แต่เด็กคนหนึ่งกลับเลือกที่จะย้อมผมทองในช่วงซัมเมอร์
เพื่อให้ตัวเองกลายเป็น Eminem Rapper ที่ดังสุดๆในยุคนั้น
และเป็นจุดเริ่มที่โต้งยอมรับว่าเขารู้แล้วว่า

...เขารักฮิปฮอป

 


ถ้าเชื่อว่าทำได้...ก็ต้องลองทำ

 

“โต้ง” เริ่มจากการทำเพลงด้วยตัวเอง...


และเชื่อหรือไม่ว่าเพลงแรกของเขานั้น 
เขาทำมันขึ้นมาจาก Play Station กับเกม Club DJ ที่ให้ลองทำบีทดนตรีขึ้นมาเอง
โต้งทำเพลงทั้งหมดออกมา 5 เพลง โดยจับมือกับ Fredy V เพื่อนสนิทของเขาในนาม Southside Phuket
โดยเริ่มตั้งแต่ทำเพลงด้วยตัวเอง เขียนเนื้อเพลงเอง และนำไปอัดเพลงในห้องซ้อมดนตรีกับบีทจากเกมนั่นแหละ


....นั่นคือจุดเริ่มต้นของ TWOPEE

ที่ถามตัวเองว่า หากเรามีสิ่งหนึ่งที่ชอบมากๆ และมีเพลงฮิปฮอป เป็นเหมือนความฝัน
ถ้าเราบอกตัวเองว่า "เราทำได้" ข้อจำกัดต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องโปรดิวเซอร์ ห้องอัด หรือการทำเพลง


สิ่งเหล่านี้มันเป็นแค่โจทย์ที่เราต้องแก้เท่านั้นเอง ดังนั้นเมื่อมีฝัน กฏ ข้อแรกเลยคือ

"อย่าบอกตัวเองว่าทำไม่ได้"

 

บางครั้ง วัยนี้ เวลาก็ไม่ได้เดินมาหา

และโอกาสที่ชื่อว่างาน Fat Festival ที่จัดในกรุงเทพเป็นประจำทุกปีก็เป็นเหมือนเวทีให้ TWOPEE ได้เริ่มเหยียบคันเร่ง
ให้กับฝันของตัวเอง และก้าวเท้าข้ามสะพานสารสินสู่แดนสยามในทุกๆปี

โดย การหอบหิ้วเอา CD ที่ตัวเองทำมาขายในงาน 

และเริ่มเห็นวงการดนตรีนอกกระแส ที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆในประเทศไทย ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับเริ่มมีกลุ่มฮิปฮอปก่อตัวขึ้นมาเช่นกัน
ทำให้ชื่อของ Southside Phuket และ TWOPEE เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น 


โดยโต้งเล่าว่า ช่วงเวลานั้น เป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด


เพราะทุกๆปี เหมือนมีงาน Fat Festival เป็นเหมือนเส้นชัยที่ต้องทำเพลงไปขายให้ทัน


ใช่ครับ...
เมื่อเรามีสิ่งที่อยากทำ บางครั้งก็ต้องลองออกแรงเหยียบมันให้เต็ม MAX สุดแรงเกิดดูสักครั้ง




เราไม่มีทางรู้เลยว่า โอกาสจะมาถึงเมื่อไหร่

และบางครั้งสำหรับเด็กอย่าง TWOPEE โอกาสของเขาชื่อว่า “ไทเทเนียม”

ในวันที่ไอดอลได้เดินทางมาโชว์ที่จังหวัดภูเก็ต
เด็กตัวเล็กๆคนหนึ่ง ก็กล้ามากพอที่จะเดินเข้าไปหาแล้วขอขึ้นไปบนเวที

แม้แต่ตอนนี้เอง โต้งยังยอมรับเลยว่าตอนนั้นเป็นอะไรที่บ้ามาก
ที่ขอขึ้นไปแสดงโชว์ด้วย ในวันที่ยังไม่มีใครรู้จัก ไม่มีดีกรี ไม่มีประสบการณ์

แต่เวทีนั้นทำให้เขาได้รู้จักกับไทเทเนียม และเป็นเหมือนประตูอีกบานที่ทำให้เรารู้จัก TWOPEE

ถ้าเราบอกตัวเองว่า ‘CAN’ ก็จะทำให้เราก้าวข้ามกำแพงความกล้า
และใช้ความบ้าเป็นแรงขับ
และความบ้านี่แหละ ที่จะพาเราไปเจอสิ่งที่เราไม่เคยคิด


และนี่คือเรื่องราวของ TWO PEE ตัวแทนของคนรุ่นใหม่

ที่ Don’t Say Can’t
แล้วใช้คำว่า ‘CAN’ เป็นแรงบวก
ในบทบาทของพรีเซนเตอร์คนใหม่ของ Carabao CAN